อนึ่ง ขออนุญาตเล่าความก่อน  เมื่อสิบชาติเศษที่แล้ว ข้าน้อยได้ไปทำการสอบชิงทุนมา  

 

ผลที่ได้คือ ผ่้าน 54 ได้ 56   เฉียดฉิว....สองคะแนน....

 เป็นสอบข้อเขียนค่ะอันนี้   ถามว่าเขาสอบอะไรมั่ง...

 เป็นข้อสอบchoice ฝนเอา  ออกหมดอ่ะ grammar read listen  อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละคนล่ะนะว่าเตรียมพร้อมมาขนาดไหน แต่สำหรับข้าน้อยเนี่ย ก็ไม่ได้อะไรมาก ทำแบบฝึกหัดอยู่สองสามครั้ง  แต่อย่าเครียด

เครียดไปไม่ได้อะไร ต้องให้กับใจตัวเอง กรุทำได้กรุทำได้ กรุมีสิทธิ์จะครอบครองมันและมันต้องเป็นของกรุโว้ย!!

*หมายเหตุ : จขบ.ไม่ได้ไปอัพยาที่ไหนมานะคะ !!

 แต่จะคิดอย่างนั้นอย่างเดียวก็ไม่ได้ แน่นอนว่าต้องฝึกฝนด้วย เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม แล้วลุย!!

อยากบอกว่าตอนสอบ มึน~  เวอร์แคบเดี๊ยนเน่าค่ะ   ตอนเขียน essay นี่แบบ คำศัพท์ไม่ได้ช่างมัน เยอะไว้ก่อน+เขาอ่านรู้เรื่องว่าเราต้องการอะไรจากโลกนี้ (ต้องการจะสื่อว่าอะไร)

ก็ทำไปเรื่อย~ คนที่มาพร้อมเรานี่ออกไปกันหมดแล้ว ล็อตใหม่เข้ามาแล้ว ฟังเทปแล้ว และกำลังจะเสร็จ ข้าน้อยถึงออก

 

มีข้อสอบทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

  เสร็จแล้วก็ไปสอบสัมภาษณ์ เป็นภาษาอังกฤษ  เทศกาลสาดภาษาอังกฤษใส่คนสอบเริ่มต้นขึ้นแล้ว!!

interviewer : Can you introduce yourself?

ข้าน้อย : .... (อึ้ง / ในใจคิด intriduce แปลว่าอะไรวะ แนะนำตัวรึเปล่า? ตายห่าๆๆๆ ตอนแรกมาก็แปลไม่ออกแล้วกรุจะรอดไหม )เอิ่ม... ห๊ะ

interviewer : in-tro-duce

ข้าน้อย : (ในใจคิด แปลว่าแนะนำตัวมั้ง เอาวะ)My name is ... i live in ... i live with... 

(พูดกระแดะเต็มที่ ภาษาอังกฤษที่ฝึกฝนมาตั้งกะอยู่ในห้องน้ำเมื่อคืนของวันวานซืนนี้น่าจะใช้ได้ล่ะน่า)

คือ เราต้องอวดอ้างตัวเองมีดียังไง(แต่ไม่ใช่เฟก!! บอกความจริงกับเขาซะ แล้วจะดีเอง)  และที่สำคัญคำถามที่ต้องเจอคือ

"ทำไมคุณถึงอยากไปญี่ปุ่น?"

ต้องตอบให้ได้นะ อย่าตอบว่า "ก็อยากไป" เด็ดขาด เอ็งหัวหลุดแน่

ในเรื่องของบุคคลิก มารยาท รอยยิ้ม สำคัญ!  ทำให้ดีที่สุด! นั่นแหละ กำลังใจเป็นส่วนสำคัญอย่างมากไม่ว่าในการทำข้อสอบใดๆ

 

ถ้าคุณกดดันและเครียดเกี่ยวกับเรื่องสอบ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ชั้นต้องดีดดิ้นกระเสือกกระสนเพื่อแตะมันเพียงปลายเล็บ ไม่ว่าคุณจะผลักดันให้ตัวเองอ่านหนังสือแค่ไหน มันก็ไม่เข้าหัวหรอก

เชื่อสิ... ลองคิดสิว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะได้ ไม่ว่าเกรดของคุณจะผ่านเกณฑ์เขามาสัก 0.01 ก็ตาม

 กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะงั้น ห้ามกดดันตัวเองเด็ดขาด ทำให้กราฟสภาพจิตของคุณลอยสูงเด่นเข้าไว้ แล้วสมองคุณจะลื่นไหลเอง

ก่อนสัมภาษณ์ถ้ายังไม่พร้อมขอเวลาทำใจ ขอได้นะ  ไม่รู้สิ แต่ข้าน้อยขอ ส่วนนึงเพราะเด็กไปสอบไม่เยอะด้วยแหละ (แต่ถ้าหากคะแนนไม่ผ่านก็คือไม่ผ่านนะ)

 

ดูหนังอังกฤษเยอะๆ ช่วย...

สำเนียงคุณจะได้

สำนวนคุณจะได้

แต่แกรมม่า แล้วแต่คนว่ะ (_ _)

พล่ามมานาน(นี่แค่พล่ามนะ!!)

 

วันนี้ไปสอบสัมภาษณ์อีกครั้ง(ภาษาไทย) เขาก็ถามประมาณว่า

คนสัมภาษณ์ : หนูรู้อะไรเกี่ยวกับญี่ปุ่นมั้ง

จขบ :  (อึ้ง คือ สมองออกอาการเรียบเรียงอะไรไม่ถูก ส่วนนึงเพราะ ไม่สบายด้วยแหละ)

คนสัมภาษณ์ : ก็อย่างบางคนเจป็อบอะไรงี้

จขบ. : ก็คงการ์ตูนอ่ะค่ะ

 ครั้งนี้เขาก็ถามแบบ เรามีทัศนคติยังไง ในตอนนี้ เราวาดฝันไว้หรือไม่แล้วแบบไหนเราพร้อมมากขนาดไหนแล้ว เราเตรียมพร้อมรึยัง สำหรับอนาคตที่จะเกิดขึ้นโดยที่เราเองก็ไม่รู้มาก่อน

สำหรับคนที่จะไปญี่ปุ่น...

เป็นวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นเขาน่ะค่ะ ที่จะเลี้ยงเราไว้แค่ 2-3 เดือนแล้วก็เปลี่ยนโฮส(แต่ไม่เปลี่ยนรร.) แต่ถ้าเราน่ารัก เขาอาจจะอยากฉุดมาเป็นลูกบุญธรรมเลยก็ได้(?)  

ที่สำคัญของการสอบสัมภาษณ์คืออย่าโกหกค่ะ อันนี้เรื่องจริง

"มั่นใจเข้าไว้ แล้วจะทำได้"

ข้าน้อยมีคำถามให้ตอบสองสามข้อ

1. ถ้าไปญี่ปุ่น คุณคิดว่าชีวิตคุณจะเป็นเช่นไร

2. โฮสญี่ปุ่นจะเป็นคนแบบไหน

3. โดยปกติคนญี่ปุ่นเป็นคนขี้เกรงใจ ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมา คุณจะทำอย่างไร?

*4.ทำไมถึงอยากไปญี่ปุ่น? 

แค่นี้ล่ะค่ะ ฝากเอาไว้ ไปคิดกันเน้อ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สอบชิงทุนนี่เหมือนไปประกวดนางสาวไทยเลยเนอะ XD

#1 By natsu-miyu on 2009-06-06 18:04