ความหวังที่ถูกทำลาย จากเป็ดปีกหัก
posted on 30 Sep 2009 19:11 by ichigoichie in KisseyDiaryจำได้ไหมที่เราบอกว่าเราได้ทุนไปเรียนญี่ปุ่นเป็นระยะเวลาหนึ่งปี
แต่รู้อะไรไหม เมื่อวันก่อนพ่อบอกว่าเราไม่ได้ไปแล้ว...
......................................
เมื่อปีก่อน เราเริ่ม"อะไรๆ" ช้าไปมากนัก เราเริ่มหาทุนเพื่อที่จะไปสอบและไปเรียนที่ญี่ปุ่น แต่เรากลับไปเจอมันเปิดรับสมัครวันสุดท้าย เราร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง
ปีนี้เราเลยเริ่มใหม่ หาทุนตั้งแต่เนิ่นๆ เตรียมตัวสอบ ดำเนินการไปสอบ จนกระทั่งได้ทุน ความรู้สึกตอนนั้นมีความสุขมาก ที่รู้ว่าตัวเองทำได้และกำลังจะได้ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ไปเริ่มต้นชีวิตโซโลเดี่ยวที่นั่น หนึ่งปีเต็ม ที่จะได้ไปตักตวงประสบการณ์ใหม่ที่อยากได้ ได้เรียนรู้ชีวิตโลกภายนอกอันกว้างขวาง เปิดหูเปิดตา
เรากรอกเอกสารทั้งหมดที่เขาเอามาให้ แล้วมันก็มีให้กรอกเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์
คือเราเป็นโรคซึมเศร้า(ปัจจุบันกินยา) มันก็ไม่ได้อะไรหรอก ก็แต่ว่างๆก็จิตตก ร้องไห้ จิตตกมันทั้งวัน แต่มันก็เหมือนกันกับที่หลายๆคนเป็น แค่มากกว่านิดหน่อย แต่ก็ใช่ว่าเราจะเป็นโรคจิตนิ? แล้วตอนนี้หมอก็ให้ยามากิน เด๊ยวนี้เราดีขึ้นแล้ว เอาเป็นว่ามันดีกว่าปีก่อน เพราะปีก่อนไม่ได้ไปหาหมอ เครียดมาก เครียดมากๆ ทั้งเรื่องเพื่อนเรื่องการเรียน หลายๆอย่าง
เราก็เลยกรอกเอกสารตามความเป็นจริง ให้หมอช่วยรับรองว่าเราไปได้ แต่ต้องโทรคุยกับหมอทุกๆเดือน เดือนละครั้งอะไรงี้ ถ้าปีนี้มันยังไม่หายอ่ะนะ แต่เราก็รู้นะว่ามันต้องมีผลต่อการพิจารณาแน่ๆ
พ่อกับแม่เราก็จะถามย้ำกับเราบ่อยๆว่า "ถ้าไม่ได้จะเสียใจมากไหม" เราก็บอกว่า "ไม่หรอก" พยายามบอกตัวเองว่าเขายังไม่บอกสักหน่อยว่าไม่ได้ไป เพราะงั้นตอนนี้มันยังมีโอกาส
แล้ววันหนึ่ง พ่อก็เรียกเราไปคุย ตอนนั้นเรามีลางสังหรณ์แปลกๆ เหมือนกับตอนนี้เราถูกแม่จับได้ว่าอ่านวาย(ฮา) เราตัวชาดิกจากหัวไปถึงปลายเท้า ยิ้มไม่ออกแต่ก็พยายามยิ้ม พ่อก็ถามเราว่า "จะเสียใจไหมถ้าไม่ได้ไป" เราก็เลยนึกในใจว่ารู้แล้วว่าเรื่องอะไรแล้วก็ถามพ่อต่อ "เขาบอกมาแล้วใช่ไหม" พ่อเราก็บอกว่า "ใช่"
ตอนนั้นก็อึ้งไปสักพัก แล้วก็ยิ้มเหมือนเดิม ก็อยากร้องไห้นะ แต่ว่าเราอยากแสดงให้พ่อแม่เห็นว่า เราโตขึ้นแล้ว ถึงในใจจะร้องไห้ไปแล้วก็เหอะ ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะคิดคำไหนมาปลอบตัวเอง ยิ่งคำว่า "วันหน้าเรายังมีโอกาส" ไม่รู้สิ เราไม่เคยรู้สึกดีกับคำนี้เลย เราคิดว่าถ้าตายพรุ่งนี้ คำแบบนี้ก็คงไม่มีความหมาย
แต่ก็เอาเถอะ เรารับได้นะที่เราไม่ได้ไป เราคิดว่าถ้าได้ไปหลังจบม.6ก็ดี จะได้ซื้อวายได้ (นั่น เอากับมันสิ) แล้วก็จะได้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆที่โรงเรียนด้วย จะได้เป็นชีวิตม.ปลายที่ได้เก็บความทรงจำดีไว้อย่างเต็มเปี่ยมหลังจากจบออกไป ก็แทนที่จะได้อยู่กับเพื่อนแค่สองปี ก็อยู่กับมันซะสามปี
แต่แค่รับไม่ค่อยได้กับเหตุผลที่ไม่ได้ไป... ไม่รู้สิ เหตุผลเพราะเราไปหาหมอจิตแพทย์ เพราะเรากินยาจากจิตแพทย์
เราไม่อยากให้เหตุผลนี้กลายเป็นอุปสรรคกับความฝันของใครอีกแล้ว มันกลับกลายเป็นว่าการไปหาหมอจิตแพทย์เป็นเรื่องที่ผิด ทั้งๆที่มันไม่ใช่ การที่ไปหาหมอ แต่แสดงว่าเราติดตามตัวเองตลอด ถูกไหม? มีหลายคนบนโลกที่เป็นแบบนี้(หรือมากกว่า)แล้วไม่ยอมไปหาหมอ
เรารู้นะว่าเคยมีประวัติว่าเด็กที่ไปญี่ปุ่นคนหนึ่งพยายามทำร้ายตัวเองและถูกส่งกลับด่วน แต่เราไม่ใช่คนนั้นและจะรู้ได้ยังไงว่าคนนั้นไม่ได้เป็นมากกว่าเราแล้วไม่ยอมไปหาหมอ
ถ้าให้ยกตัวอย่างก็แมลงสาป เวลาที่เราเจอแมลงสาปหรือจะไม่เจอก็ได้ เราจะรู้ได้ยังไงว่าห้องๆนั้นมันไม่มีแมลงสาป แล้วถ้ามันมี เวลาที่เห็นกับตัวเลยคือเจอมันเห็นมันเกาะอยู่ที่ได้ที่หนึ่งนิ่งๆกับไม่เห็นตัวมันอันไหนน่ากลัวกว่ากัน และถ้าเรากำลังพยายามไล่ฆ่ามันอยู่ มันอาจจะใกล้ตายแต่ยังไม่ตาย หรือมันกำลังพยายามหนี มันก็ยังดีกว่าอยู่นิ่งเพราะมองไม่เห็นมัน แล้วก็ปล่อยให้มันสืบทอดทายาทต่อไปใช่ไหมล่ะ?
คนไปหาหมอเพราะเป็นหวัด ไม่ได้แปลว่าใกล้ตาย แล้วคนไปหาจิตแพทย์แปลว่าเป็น โรคจิต งั้นหรือ
หวังว่าเอนทรี่นี้จะทำให้ใครสักคนเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการไปหาจิตแพทย์ได้นะ ได้โปรดอย่าทำให้การไปหาจิตแพทย์ ต้องกลายมาเป็นอุปสรรคของความหวังของใครสักคนอีกเลย (ตราบใดที่คนๆนั้นไม่เป็นมากอ่ะนะ
มันก็ต้องขึ้นกับวิจารณญาณของคุณหมอแหละค่ะ ว่าท่านจะยอมให้ไปหรือไม่ให้ไป ในกรณีของเราท่านยอมให้ไปเจ้าค่ะ )
หลังจากวันนั้นคุณพ่อก็ได้ FW. หนึ่งมา เกี่ยวกับ Gap year คือเป็นการท่องเที่ยวตะลุยเดี่ยวหนึ่งปีหลังเรียนจบม.6 หลังจากที่เรียนจบก็สอบมหาลัยไว้แล้วก็ไปตะลุยเดี่ยวค่ะ ไปเปิดโลกกว้างเองคนเดียว ตอนนี้ก็เลยมีแผนว่าจะทำแบบนั้นบ้าง อืมม์... ถึงจะไม่ได้ไปตอนนี้ก็ไม่ตาย หัวเราะที่หลังดังกว่าค่ะ
**ใครอยากได้FW.เมลล์นี้โพสแมลล์ไว้ได้เลยค่ะ เดี๋ยวส่งไปให้ ^^**
ตอนนั้นก็คงโตแล้วด้วย พอโตกว่านี้ก็น่าจะตักตวงอะไรได้คุ้มค่ากว่าความคิดเด็กๆที่เป็นอยู่ตอนนี้
"ครั้งนั้นคือรอยยิ้มอีกครั้งคือน้ำตา ทุกครั้งคือการสร้าง(คน)ให้เป็นคน"
ichigoichie
(เป็ดปีกหัก)
ปล. เอนทรี่นี้ไม่ได้กล่าวถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และไม่ได้กล่าวหาว่าทุกคนต้องเป็นแบบเรา คนที่ไม่ได้เป็นก็ขอให้ใช้โอกาสอย่างคุ้มค่าและขออวยพรให้ทุกท่านโชคดี
หวังว่าเอนทรี่นี้จะเป็นประโยชน์ให้ไม่มากก็น้อยนะคะ
"บ๊ายบาย ความหวังเก่าที่ถูกทำลาย ยินดีต้อนรับความหวังใหม่ที่แจ่มใสกว่าเดิม"
edit @ 30 Sep 2009 19:58:25 by kissey_love
......
ทำให้ข้าน้อยกรี๊ด มุสึเจ้าลูกหลานยักษ์อายุ 9 ขวบได้อ่ะ คิดดูเถอะ!! (อนึ่ง ข้าน้อยบ้าผช.ใส่สูท)
มี illust ของ อ.แกออกมาอีกเมื่อไหร่ ซื้อแน่นอน!!!! (ถึงมันจะแพงก็เหอะ )